คณะกรรมการ พ.ส.น.ข้อบังคับสมาคม พ.ส.น.แผนที่ พสน.ติดต่อเรา

 

 

หมวด 1 ข้อความทั่วไป
หมวด 2 วัตถุประสงค์
หมวด 3 สมาชิกภาพและการขาดสมาชิกภาพ
หมวด 4 เงินค่าสมัครและเงินสงเคราะห์
หมวด 5 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
หมวด 6 คณะกรรมการและการดำเนินกิจการ
หมวด 7 การประชุมใหญ่
หมวด 8 การทะเบียน การเงินและการบัญชี
หมวด 9 การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ
หมวด 10 การเลิกสมาคมและการชำระบัญชี

 

ข้อบังคับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อนเสมาธรรมจักรจังหวัดนครพนม พ.ศ.2531 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม(พ.ศ.2533)
 
หมวด  1 ข้อความทั่วไป
ข้อ 1  สมาคมนี้เรียกว่า“สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อนเสมาธรรมจักร จังหวัดนครพนม ” ใช้อักษรย่อว่า พ.ส.น.
ข้อ 2  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประจำท้องที่จังหวัดนครพนม รับจดทะเบียนเป็นต้นไป
ข้อ 3  สำนักงานของสมาคมนี้ตั้งอยู่ที่โรงเรียนสุนทรวิจิตร เลขที่ 200 ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม
โทร.(042)521139
ข้อ 4  เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปลักษณะวงกลมสองวงซ้อนกันแต่ละวงเป็นเส้นคู่ห่างกัน  1  มิลลิเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางวงนอกยาว  4.5  เซนติเมตร  วงใน  3.5  เซนติเมตร ล้อมตราเสมาธรรมจักร ซึ่งเป็นเครื่องหมายของ กระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างวงนอกและวงใน มีอักษรไทยว่า“สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อนเสมาธรรมจักรจังหวัดนครพนม” และมีเครื่องหมายดอกจันทร์คั่น
ข้อ 5  ในข้อบังคับนี้

“ สมาคม  หมายความว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อนเสมาธรรมจักรจังหวัดนครพนม
“ สมาชิก ” หมายความว่า สมาชิกของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อน เสมาธรรมจักรจังหวัดนครพนม
“ กรรมการ ”หมายความว่า คณะกรรมการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อนเสมาธรรมจักรจังหวัดนครพนม

ข้อ 6  สมาคมจะเปิดทำการทุกวันในวันและเวลาที่เปิดทำการ เว้นวันหยุดราชการ
 
หมวด  2 วัตถุประสงค์
ข้อ 7  สมาคมมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว ของสมาชิกที่ ถึงแก่ความตายด้วย เงินสงเคราะห์ โดยไม่ประสงค์จะหากำไรมาแบ่งปันกัน
 
หมวด  3 สมาชิกภาพและการขาดจากสมาชิกภาพ
ข้อ 8  สมาชิกของสมาคมนี้มี  2  ประเภท  คือ

(1) สมาชิกสามัญ  ได้แก่ บุคคลที่มีคุณสมบัติตาม  ข้อ  9
(2) สมาชิกสมทบ  ได้แก่ สามีหรือภรรยาและบุตรธิดาของสมาชิกสามัญและต้องมีคุณสมบัติ ตามข้อ 9(1) (3) (4) (5) และ (6)

ข้อ 9  ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(1)  ต้องบรรลุนิติภาวะและมีอายุไม่เกิน  35  บริบูรณ์  กรณีสมาคม  พ.ส.น. จะรับสมัครสมาชิกผู้มีอายุเกิน  35  ปี ในสมาคม พ.ส.น. ประกาศรับสมัครสมาชิกโดยขอความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสมาคม พ.ส.น. เป็นคราว ๆ ไป ตามความเหมาะสม
(2) เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ  ข้าราชการครู  ครูโรงเรียนเอกชน  พนักงานของรัฐ  ครู ผู้ช่วย  ลูกจ้างคุรุสภา ลูกจ้าง พ.ส.น. ลูกจ้างประจำ  ที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ เทศบาลเมือง นครพนม ที่ปฏิบัติงานประจำเขตจังหวัดนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร และบุตรธิดาของข้าราชการในสังกัด
(3)ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือสติฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ
(4) ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ในวันสมัคร ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือเป็นโรคเรื้อรังจนรักษาไม่หาย
(5) มีทะเบียนบ้านถูกต้องตามกฎหมาย
(6) ต้องมีความประพฤติดีและยินยอมปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม

ข้อ 10  ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมต้องยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมด้วยตนเอง
ณ  สำนักงานสมาคม  ในวันเปิดทำการ โดยมีสมาชิกของสมาคมไม่น้อยกว่า  2  คน  หรือกรรมการของสมาคมรับรองคุณสมบัติ ผู้สมัครซึ่งมีคู่สมรส จะต้องมี หลักฐานเป็นหนังสือให้ความยินยอม จากคู่สมรสพร้อมด้วยทะเบียนสมรส แสดงต่อทางสมาคมด้วย
ข้อ 11  สมาชิกภาพของผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกจะสมบูรณ์  เริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการของสมาคมได้มีมติให้เข้าเป็นสมาชิก และผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกได้ชำระเงินค่าสมัคร และเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าตามข้อบังคับนี้แล้ว
ข้อ 12  สมาคมจะออกหนังสือหลักฐานแสดงการเป็นสมาชิกตามแบบของสมาคมให้แก่สมาชิกทุกคน
ข้อ 13  ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกจะต้องระบุชื่อผู้จัดการศพ และผู้ที่ประสงค์ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ซึ่งต้องเป็นบุคคลในครอบครัว ของตนเอง ตามข้อ  21  ไว้ให้ชัดเจนในใบสมัคร ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการศพ และผู้รับเงินสงเคราะห์ในภายหลัง สมาชิกต้องแจ้งให้สมาคมทราบ โดยมิชักช้า ถ้าไม่มีผู้จัดการศพ ให้ถือว่าผู้รับเงินสงเคราะห์เป็นผู้จัดการศพ หรือถ้าไม่มีผู้จัดการศพ และผู้รับเงินสงเคราะห์ให้สมาคมเป็นผู้จัดการศพ ในกรณีที่สมาคมเป็นผู้จัดการศพ  สมาคมต้องจัดการศพ ให้เหมาะสมฐานานุรูป และศาสนาของสมาชิกนั้น
ข้อ 14  สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงในกรณี  ดังต่อไปนี้

(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออก
(4) ถูกคัดชื่อออกเพราะขาดส่งเงินสงเคราะห์และได้รับหนังสือเตือนจากสมาคมแล้วสามครั้ง
และทางสมาคมได้นำเงิน สงเคราะห์ล่วงหน้า มาจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์หมดแล้ว หรือสมาคมติดต่อหาหลักแหล่งที่อยู่ไม่ได้  และคณะกรรมการพิจารณา เห็นสมควรให้พ้นจากสมาชิกภาพ การสิ้นสุดแห่งสมาชิกภาพตามข้อนี้ สมาชิกไม่มีสิทธิเรียกเงินค่าสมัคร และเงินสงเคราะห์ที่ได้ชำระตามข้อบังคับนี้ คืนจากสมาคม  เว้นแต่เงินสงเคราะห์ล่วงหน้าที่ยังไม่ได้ ตกอยู่ในความผูกพัน ที่จะต้องจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์ให้แก่สมาชิกที่ถึงแก่ความตาย

 
หมวด 4 เงินค่าสมัครและเงินสงเคราะห์
ข้อ  15  เมื่อสมาคมรับสมัครผู้ใดเข้าเป็นสมาชิกแล้ว  ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าสมัครเข้าเป็นสมาชิกให้แก่สมาคม
เป็นเงิน  20  บาท  (ยี่สิบบาทถ้วน) และเงินสงเคราะห์  375 บาท (สามร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน)
ข้อ  16  เมื่อสมาชิกของสมาคมคนใดคนหนึ่งถึงแก่กรรม  สมาชิกทุกคนมีหน้าที่ต้องออกเงิน สงเคราะห์เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ในการจัดการศพ และช่วยสงเคราะห์ครอบครัว ให้แก่ครอบครัวของสมาชิกที่ถึงแก่กรรม ศพละ 25  บาท (ยี่สิบห้าบาทถ้วน)
ข้อ  17  การชำระเงินค่าสมัครและเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า  ให้ชำระต่อเหรัญญิก  ณ  สำนักงานสมาคมในวันเปิดทำการ
ข้อ  18  เงินสงเคราะห์  ตามข้อ  16  สมาชิกต้องชำระให้สมาคมภายใน  15  วัน  นับแต่วันได้รับแจ้งการตายของสมาชิก หรือได้รับแจ้งให้ ชำระเงินสงเคราะห์จากสมาคม
ข้อ  19  สมาคมจะเรียกเก็บเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าจากสมาชิก  เพื่อสำรองจ่ายเป็นค่าจัดการศพ  เป็นจำนวน  15  ศพ  ซึ่งต้องไม่เกิน อัตราที่ระชุมใหญ่มีมติกำหนด และเงินจำนวนนี้สมาคม จะคืนให้แก่สมาชิกเท่าที่สมาชิกผู้นั้น ยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่ จะต้องจ่ายเงิน สงเคราะห์ตามที่จ่ายไว้ล่วงหน้า และเงินสงเคราะห์ล่วงหน้านี้ห้ามสมาคมนำไปใช้จ่ายในกิจการอื่นใด เว้นแต่จะนำใช้สำรองจ่ายเงินสงเคราะห์ ของสมาชิกผู้นั้นเอง  ใช้ในเมื่อสมาชิกอื่นถึงแก่ความตาย
ข้อ  20  สมาคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้จัดการศพ  และผู้รับเงินสงเคราะห์แล้วแต่กรณีดังต่อไปนี้
ในกรณีผู้จัดการศพและผู้รับเงินสงเคราะห์เป็นคนละคนจ่ายเงินให้ผู้จัดการศพเป็นผู้รับเงินสำหรับค่าจัดการศพ  รายละ  50,000  บาท  ส่วนที่เหลือจากที่เก็บได้จ่ายให้ผู้รับเงินสงเคราะห์โดยสมาคมจะจ่ายเงินทั้งหมดภายใน  90  วัน  นับแต่วันรับคำร้องขอรับเงินสงเคราะห์ การจ่ายเงิน สงเคราะห์จะหักไว้เป็นค่าใช้จ่ายของสมาคมเป็นจำนวนร้อยละ  6  ของเงินสงเคราะห์ที่เรียกเก็บได้  ทั้งนี้จะหักตามมติที่ประชุมใหญ่ ซึ่งต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้  การจ่ายเงินสงเคราะห์ หากรายใดเกิดปัญหาให้นำเข้าที่ประชุม คณะกรรมการและให้ถือมติของ คณะกรรมการเป็นที่สิ้นสุด
ข้อ  21  บุคคลในครอบครัวของสมาชิกที่ถึงแก่ความตาย  มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตามลำดับก่อนหลัง  โดยผู้อยู่ลำดับก่อน ย่อมตัดสินผู้อยู่อันดับหลัง  ดังนี้

(1) บุคคลที่สมาชิก แสดงความจำนงไว้ใน ใบสมัครหรือแจ้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษรให้เป็นผู้รับเงินสงเคราะห์ตามข้อ 13  ซึ่งต้องเป็นบุคคลตาม (2)  (3)  (4)  หรือ  (5)  นี้
(2) สามีหรือภรรยาของสมาชิก
(3) บุตรของสมาชิก
(4) บิดา  มารดา  ของสมาชิก
(5) ผู้อยู่ในอุปการะ  ผู้อยู่ในอุปการะของสมาชิกซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบคณะกรรมการด้วย ถ้าไม่มีบุคคลดังกล่าวข้างต้น สมาคมจะจัดการศพสมาชิกที่ถึงแก่ความตาย ให้ตามประเพณีทางศาสนาของ สมาชิกผู้นั้น  เมื่อมีเงินสงเคราะห์เหลือเท่าใด ให้คณะกรรมการ พิจารณาจ่ายตามที่เห็นสมควร  เงินสงเคราะห์นี้สมาคมถือว่าเป็นเงินสงเคราะห์แก่สมาชิกของสมาคม โดยเฉพาะและสมาคมจะจ่าย ตามข้อบังคับนี้หรือตามมติ ของคณะกรรมการในกรณีที่มีปัญหา เท่านั้น  จึงไม่ถือว่าเงินสงเคราะห์ เป็นมรดกของ สมาชิกผู้ถึงแก่ความตาย  ทายาทโดยธรรมของสมาชิกที่ถึงแก่ความตาย ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินสงเคราะห์ หรือถือเป็นเหตุฟ้องร้องเรียกเงิน สงเคราะห์ไม่ได้ 
ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ ทั้งสิ้น

 
หมวด 5 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
ข้อ  22  สมาชิกมีสิทธิ  ดังต่อไปนี้

(1) ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อการใดการหนึ่งเมื่อใดก็ได้ โดยมีจำนวนสมาชิก ยื่นร่วมไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของ จำนวนสมาชิกทั้งหมด  หรือไม่น้อยกว่าห้าสิบคน
(2) ขอตรวจสอบบัญชีและเอกสารของสมาคม  เพื่อทราบการดำเนินกิจการ ของสมาคม ในวันเปิดทำการของสมาคม
(3) ร้องขอต่อนายทะเบียนให้สั่งเพิกถอนมติของ ที่ประชุมใหญ่ที่ได้ลงมติฝ่าฝืนกฎหมาย หรือข้อบังคับของ สมาคมภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ
(4) ยื่นคำร้องขอต่อนายทะเบียนขอให้เลิกสมาคม พร้อมด้วยเหตุผลประกอบคำร้องขอ โดยมีสมาชิกยื่นร่วมด้วยไม่น้อยกว่า หนึ่งในสี่ของสมาชิกทั้งหมด
(5) เข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม  และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเสียงทุกครั้ง
(6) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของสมาคมต่อคณะกรรมการ และมีสิทธิเรียกร้องให้คณะกรรมการกระทำ หรืองดเว้นการกระทำ เพื่อประโยชน์ของสมาคม หรือป้องกันความเสียหาย อันเกิดขึ้นแก่สมาคม

ข้อ  23  สมาชิกมีหน้าที่ดังนี้

(1) ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของสมาคม
(2) ต้องชำระเงินสงเคราะห์ให้เรียบร้อยภายใน  15  วัน  นับแต่วันได้รับแจ้งการตายของสมาชิกจากสมาคม
(3) เก็บรักษาหนังสือสำคัญการเป็นสมาชิกของสมาคมไว้ ถ้าหายต้องรีบแจ้งเพื่อขอใบแทนจากสมาคม
(4) การย้ายที่อยู่  เปลี่ยนชื่อ  เปลี่ยนนามสกุล  แก้วัน  เดือน  ปีเกิด  ของสมาชิกให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนสามคม ภายใน  15  วัน  นับแต่วันย้าย  เปลี่ยน  หรือแก้ไข  เพื่อสมาคมจะได้แก้ไขหลักฐานต่าง ๆ ในทะเบียนให้ถูกต้อง
(5) เมื่อสมาชิกผู้ใดถึงแก่ความตาย  ให้ผู้จัดการศพผู้มีสิทธิ ได้รับเงินสงเคราะห์ หรือครอบครัวของสมาชิก แจ้งให้คณะกรรมการสมาคมทราบภายใน  7 วัน พร้อมด้วยหลักฐาน คือหนังสือสำคัญ แสดงการเป็นสมาชิก ใบเสร็จรับเงิน ครั้งใบมรณะบัตร สำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย สำเนาทะเบียนบ้านผู้จัดการศพ รับเงินสงเคราะห์ และบัตรประจำตัว หรือบัตรประชาชน ผู้จัดการศพ หรือผู้รับเงินสงเคราะห์

 
หมวด  6 คณะกรรมการและการดำเนินกิจการ
ข้อ  24  ให้มีคณะกรรมการดำเนินกิจการของสมาคมคณะหนึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคม
โดยการเลือกตั้งระหว่างสมาชิกด้วยกันจากที่ประชุมใหญ่ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 7 และไม่เกิน 25 คน ประกอบด้วยตำแหน่ง นายสมาคม รองนายกสมาคม  เหรัญญิก  นายทะเบียน เลขานุการ  และกรรมการอื่น ๆ หรือตามที่จะเห็นสมควร สมาชิกที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ จะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติสมควรแก่วัตถุประสงค์ของสมาคมดังต่อไปนี้

(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์
(3) มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
(4) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในจังหวัด
(5) มีอาชีพเป็นหลักฐานและมีฐานะมั่นคง
(6) เป็นสมาชิกของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
(7) ไม่เป็นกรรมการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น
(8) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(9) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวชในศาสนาใด
(10) ไม่เคยถูกนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ท้องที่สั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
(11) ไม่เคยถูกที่ประชุมใหญ่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ถอดถอนให้ออกจากตำแหน่งกรรมการ เพราะเหตุทุจริต ต่อหน้าที่ หรือไม่เคยต้องโทษ ตามกฏหมายว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์
(12 ) ไม่เคยต้องโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(13 ) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(14 ) ไม่เป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือบุคคลล้มละลาย
(15 ) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือไม่เคยถูกนายจ้างเลิกจ้าง เพราะเหตุทุจริตต่อหน้าที่ให้คณะกรรมการเป็นผู้แทนของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ในกิจการเกี่ยวกับ บุคคลภายนอก ในการนี้คณะกรรมการ จะแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใด หรือหลายคนขึ้นทำการแทนก็ได้

ข้อ 25 วิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการตามข้อ 24 สมาคมจะเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งโดยขอมติที่ประชุมดังต่อไปนี้

1.การเลือกตั้งกรรมการทั้งคณะให้สมาชิกในที่ประชุมใหญ่เสนอชื่อ สมาชิกที่สมควรจะได้รับเลือกตั้งเป็น

คณะ โดยมีสมาชิกในที่ประชุมรับรอง ไม่น้อยกว่า 5 คน เมื่อไม่มีสมาชิกผู้ใดเสนอชื่อ สมาชิกที่สมควรจะได้รับเลือก ตั้งเป็นคณะกรรมการ เพิ่มเติมอีก ก็ให้ถือเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ รับรองคณะกรรมการคณะนี้  หรือในกรณีที่มีสมาชิกเสนอชื่อสมาชิก ที่สมควรจะได้รับเลือกตั้ง เป็นคณะ หลายคณะ ให้ประธานในที่ระชุม ขอมติที่ประชุม โดยออกเสียงลงคะแนน การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก

เมื่อที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งคณะกรรมการแล้ว จะมอบอำนาจให้คณะกรรมการเลือกตั้งกันเอง

ดำรงตำแหน่ง นายสมาคม รองนายกสมาคม เหรัญญิก  นายทะเบียน  เลขานุการ  และกรรมการอื่น ๆ จนครบจำนวนที่กำหนด แล้วเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ หรือให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้ง สมาคม  เหรัญญิก  กรรมการดำรงตำแหน่งทุกตำแหน่งก็ได้  โดยให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่

2. การเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล ตามตำแหน่งที่มีกำหนดในข้อบังคับอันได้แก่  นายกสมาคม 

รองนายกนายทะเบียน เลขานุการ และกรรมการอื่น ๆ จนครบจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อบังคับให้สมาชิกเสนอชื่อสมาชิกที่สมควรเป็นนายกสมาคม  รองนายกสมาคม  และมีสมาชิกอื่นรับรองไม่น้อยกว่า  5  คน  การเสนอชื่อสมาชิกที่สมควรเป็นนายสมาคมเพียงคนเดียว  ก็ให้ถือเป็นมติ ของที่ประชุมใหญ่ รับรองผู้นั้นเป็นนายกสมาคมหากมีการเสนอหลายคน ให้ประธานในที่ประชุม ขอมติที่ประชุม โดยการออกเสียง ลงคะแนนการวินิจฉัยชี้ขาด ให้ถือเสียงข้างมาก และให้เลือกตั้งไปเช่นนี้จนครบจำนวนกรรมการ ทุกตำแหน่ง

3.ให้สมาชิกเลือกตั้งตำแหน่งนายกสมาคม  รองนายกสมาคม  เพียงสองตำแหน่งแล้ว มอบอำนาจให้

นายกสมาคม รองนายกสมาคม ร่วมกันทำการเสนอชื่อสมาชิกเป็นกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ จนครบจำนวนกรรมการก็ได้  โดยให้เป็นไปตามมติของ
ที่ประชุมใหญ่

4. เลือกกรรมการเป็นรายบุคคลจนครบจำนวนกรรมการ  แล้วมอบอำนาจให้กรรมการที่ได้รับเลือกเลือก

กันเอง ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้แล้วเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ โดยให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่
ข้อ  26  กรรมการของสมาคมไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างหรือเงิน หรือประโยชน์อย่างอื่นทำนองเดียวกันจากสมาคม กรรมการของสมาคมอาจได้รับเบี้ยประชุม  ค่าพาหนะหรือเงิน  หรือประโยชน์อย่างอื่นทำนองเดียวกันจากสมาคม ซึ่งสมาคมจะวางระเบียบไว้ ให้จ่ายตามมติที่ ประชุมใหญ่กำหนด
ข้อ  27  คณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งตาม ข้อ  24  และจดทะเบียนแล้วอยู่ในตำแหน่งคราวละ  2  วาระ  นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ มีมติและต้องออกตามวาระ และจะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ โดยมติสองในสามของผู้มาประชุม จะกำหนดเป็นอย่างอื่น 

คณะกรรมการที่ออกตามวาระจะต้องปฏิบัติหน้าที่  จนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่และ

คณะกรรมการชุดใหม่ เข้ามารับตำแหน่งแทนแล้วจึงจะพ้นหน้าที่
ข้อ  28  การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ  กรรมการของสมาคมย่อมพ้นจากตำแหน่งดังต่อไปนี้

(1) ครบกำหนดตามวาระ
(2) ตาย
(3) ลาออก
(4) ขาดจากการสมาชิกภาพ
(5) ขาดคุณสมบัติตามข้อ  24  ข้อใดข้อหนึ่ง
(6) ที่ประชุมมีมติให้ออก
(7) กระทำความผิดและถูกลงโทษตามกฎหมาย  ว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์ข้อใดข้อหนึ่ง กรณีตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุไม่ใช่ออกตามวาระ  หากตำแหน่งนั้นไม่ใช่ตำแหน่งนายกสมาคมและ

คณะกรรมการที่เหลือ ยังครบจำนวนขั้นต่ำตามข้อบังคับ  คณะกรรมการอาจเรียกประชุมใหญ่เลือกตั้ง สมาชิกคนใดคนหนึ่งเข้าดำรงตำแหน่ง แทนหรือไม่ก็ได้ และหากมีการเลือกก็ให้กรรมการที่ได้รับเลือกนั้นอยู่ในตำแหน่งตามวาระของผู้ที่ตนแทน
ข้อ  29  ให้มีการประชุมกรรมการอย่างน้อยเดือนละครั้ง ในกรณีจำเป็นนายกสมาคม หรือกรรมการไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จะเรียกประชุมพิเศษขึ้นก็ได้
ข้อ  30  การตั้งคณะกรรมการหรือการเปลี่ยนตัวกรรมการให้กระทำได้โดยมติที่ประชุมใหญ่  และต้องนำไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ
ข้อ  31  คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินกิจการของสมาคมทุกประการและให้หมายความรวมถึง

(1)จัดดำเนินกิจการของสมาคม  ตามข้อบังคับของที่ประชุมใหญ่
(2)แต่งตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ และกำหนดอำนาจหน้าที่ของกรรมการแต่ละตำแหน่ง
(3) วางระเบียบในการปฏิบัติงานของสมาคม  และการใช้จ่ายเงินของสมาคมโดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่
(4) ว่าจ้าง  แต่งตั้ง  และถอนถอนเจ้าหน้าที่และพนักงานทั้งปวง เพื่อให้การดำเนินงานของสมาคมเป็นไปโดยเรียบร้อย

ข้อ  32  องค์ประชุมในการประชุมคณะกรรมการ  จะต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะนับได้ว่าเป็นองค์ประชุม
ข้อ  33  ให้นายกสมาคมของสมาคมเป็นประธานที่ประชุม  ถ้านายกสมาคมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองนายกสมาคมปฏิบัติหน้าที่แทน  ถ้าทั้งนายกสมาคมและรองนายกสมาคมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม  การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
 
หมวด  7 การประชุมใหญ่

ข้อ  34
  คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละ  1  ครั้ง ภายใน  120  วัน  นับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของทุกปีเพื่อ

(1) รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน
(2) พิจารณารายงานประจำปี  แสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี
(3) รายงานจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
(4) รายงานฐานะการเงิน  พิจารณาอนุมัติงบดุล
(5) เลือกตั้งคณะกรรมการ  (ในปีที่ครบกำหนด)
(6) เรื่องอื่น ๆ  (ถ้ามี)

เพื่อการใดการหนึ่งซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควร  หรือสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวน

สมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนจัดทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการ  ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ เมื่อใดก็ได้

ในกรณีที่สมาชิกขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ  ให้คณะกรรมการเรียกประชุมภายในสามสิบวัน

นับแต่วันร้องขอ

ข้อ  35
  องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของสมาชิกทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่า หนึ่งร้อยคน จึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าในการประชุมนัดแรกสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม หากการประชุมนั้น ได้นัดโดยสมาชิกร้องขอ

ให้เลิกประชุม การประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าจำต้องครบองค์ประชุม

ข้อ  36
  ในการประชุมใหญ่  สมาชิกคนหนึ่งมีเสียงในการ ลงคะแนน การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียง ข้างมาก  ถ้าคะแนนเสียง เท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด เว้นแต่จะกำหนดไว้ในข้อบังคับ เป็นอย่างอื่น

ในการประชุมใหญ่  สมาชิกจะมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาประชุมใหญ่และออกเสียงแทนตนได้ 

แต่ถ้าการมอบฉันทะจะต้องทำเป็นหนังสือ และผู้รับมอบฉันทะคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง ในการลงคะแนนเท่านั้น
ข้อ  37  คณะกรรมการจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงวัน  เวลา  สถานที่  และระเบียบวาระของการประชุมใหญ ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ โดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของ สมาชิกที่ปรากฏในทะเบียนสมาชิก หรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อน ประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน
ข้อ  38  ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม  ถ้านายกสมาคมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองนายกสมาคมปฏิบัติหน้าที่ 
ถ้าทั้งนายกสมาคม ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองนายกสมาคมปฏิบัติหน้าที่แทน  ถ้าทั้งนายกสมาคม และรองนายกสมาคม ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่ง ขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น

ข้อ  39
  การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่  กระทำได้  2  วิธีคือ

(1) ออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย
(2) ออกเสียงลงคะแนนลับ  ให้ใช้วิธีเขียนบัตรลงคะแนน  การนับคะแนนให้ที่ประชุมเลือกสมาชิกที่ประชุมเป็นกรรมการนับคะแนนไม่น้อยกว่าสามคน

 
หมวด  8 การทะเบียน  การเงิน  และการบัญชี
ข้อ  40  สมาคมต้องจัดให้ทะเบียนสมาชิก  ตามแบบที่นายทะเบียนกลางกำหนด และให้เก็บรักษาทะเบียนดังกล่าวไว้ที่
สำนักงาน  พร้อมทั้ง หลักฐานและเอกสารที่ใช้ประกอบการลงทะเบียนด้วย
ข้อ  41  สมาคมต้องส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกที่มีอยู่ในวันครบเก้าสิบวัน  นับแต่วันจดทะเบียนให้แก่นายทะเบียนภายในสบสี่วัน
นับแต่วันดังกล่าว และเมื่อสิ้นเดือนมิถุนายนธันวาคมของทุกปีสมาคมต้องส่งสำเนา ทะเบียนสมาชิกที่เป็นอยู่ ในวันสิ้นเดือนนั้น ต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วัน  นับแต่วันสิ้นเดือนนั้น ๆ
ข้อ  42  สมาคมต้องจัดให้มีบัญชีแสดงฐานะ  การเงินตามแบบที่นายทะเบียนกลางกำหนดและต้องเก็บรักษาเอกสารประกอบบัญชีแสดง ให้เห็นความถูกต้องแห่งบัญชีนั้นไว้ด้วย

ข้อ  43
  เงินทุกประเภทที่สมาคมได้รับ  ต้องนำฝากธนาคารออมสินหรือธนาคารพาณิชย์ที่เชื่อถือได้ในนามของสมาคม  เหรัญญิกจะเก็บ รักษาตัวเงินสดไว้ที่สำนักงานเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายไม่เกิน  3,000  บาท (สามพันบาทถ้วน)  นายกสมาคมมีอำนาจ สั่งจ่ายเงิน ของสมาคมได้ ไม่เกินครั้งละสามพันบาท  และนายกสมาคมโดยอนุมัติ ของคณะกรรมการสั่งจ่ายเงิน ของสมาคมใช้ไม่เกิน ครั้งละ สามหมื่นห้าพันบาท  หากเกินกว่าจำนวนที่กล่าวต้องให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติเป็นราย ๆ ไป  เว้นแต่ การสั่งจ่ายเงินสงเคราะห์

การฝากและการถอนเงินของสมาคมต้องกระทำในนามสมาคม  การถอนเงินไม่ว่ากรณีใด ๆ

กรรมการที่ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริหารสมาคม ลงนามร่วมกับเหรัญญิกจึงจะถอนเงินฝากได้
ข้อ  44  เงินหรือผลประโยชน์ของสมาคมที่ได้รับมาหรือมีผู้บริจาคด้วยศรัทธาหรือดอกผลที่ฝากธนาคาร ต้องตกเป็นของ สมาคมทั้งสิ้น
ข้อ  45  คณะกรรมการต้องแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมเป็นกรรมการตรวจสอบการเงินของสมาคมอย่างน้อย  3  คน  และกรรมการ ต้องรายงานผลการตรวจสอบให้นายกสมาคมทราบ ทุกสิบห้าวัน  โดยผลัดเปลี่ยนกันตรวจสอบ และนายกสมาคมต้องนำเสนอ ที่ประชุมให้คณะกรรมการทราบ ในการประชุมทุกเดือน
ข้อ  46  การใช้จ่ายเงินของสมาคมต้องวางเป็นระเบียบและกำหนดตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน  โดยได้รับอนุมัติ จากที่ประชุมใหญ่ และส่งสำเนาใช้ระเบียบการใช้จ่ายเงินนั้น ๆ ให้นายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนอนุญาตแล้วจึงจะถือปฏิบัติได้
ข้อ  47  ให้คณะกรรมการทำบัญชีงบดุลตามแบบที่นายทะเบียนกลางกำหนด เสนอต่อที่ประชุมใหญ่่เพื่ออนุมัติไม่ช้ากว่าหกสิบวัน นับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน และต้องส่งสำเนางบดุลที่มีคำรับรองว่าถูกต้องต่อนายทะเบียนไม่ช้ากว่าสิบสี่วัน  นับแต่วันที่ ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ
 ข้อ  48  หลักฐานเอกสารทะเบียนทางการเงินทางบัญชีและบัญชีงบดุล  สมาคมต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าสิบปี
 
หมวด  9 การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ

ข้อ  49
  การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับซึ่งกระทำโดยมติที่ประชุมใหญ่นั้น ต้องมีคะแนนเสียง ในการลงมติไม่ต่ำกว่าสองในสาม ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม และต้องไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของสมาคมหรือขัดต่อกฎหมาย

เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งแล้ว คณะกรรมการต้องนำ

ไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วัน  นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่มีมติ
ข้อ  50  ในกรณีที่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับตามข้อ  49  ให้คณะกรรมการนัดประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อพิจารณาแก้ไข  หรือเพิ่มเติมข้อบังคับนั้นอีกครั้งหนึ่งภายใน  10  วัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนายทะเบียน  ถ้าที่ประชุมใหญ่ยืนยัน ให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนั้นอยู่  ให้คณะกรรมการทำหนังสืออุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย  โดยยื่นต่อนายทะเบียนภายในกำหนด 15  วัน  นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งจากนายทะเบียน
 
หมวด  10 การเลิกสมาคมและการชำระบัญชี

ข้อ  51
  สมาคมย่อมเลิกได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง  ดังต่อไปนี้

(1)  ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก
(2)  นายทะเบียนสั่งให้เลิก
(3)  ศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา  47  แห่งพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์  พ.ศ.  2531

ข้อ  52  ในกรณีที่ได้รับคำสั่งจากนายทะเบียนให้เลิกสมาคม ให้คณะกรรมการนัดประชุมกรรมการโดยด่วน เพื่อพิจารณาว่า
สมควรเลิกสมาคม  หรือมีทางแก้ไขประการใด ถ้าที่ประชุมมีมติไม่สมควรเลิกโดยมีเหตุผลและวิธีการที่จะแก้ไข ให้คณะกรรมการ ทำหนังสืออุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย  โดยยืนต่อนายทะเบียนภายใน  15  วัน  นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งจากนายทะเบียน
ข้อ  53  เมื่อต้องเลิกสมาคมจัดให้คณะกรรมการจัดให้มีการชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3
ลักษณะ  22 หมวด  5  ว่าด้วยการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วน จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดโดยอนุโลม
ข้อ  54  เมื่อชำระบัญชีแล้ว  ถ้ามีทรัพย์สินของสมาคมเหลืออยู่เท่าใด  สมาคมจะโอนให้แก่สมาคม หรือนิติบุคคลการกุศลอื่น ตามที่ประชุมใหญ ่จะมีมติกำหนด
toppage

สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อนเสมาธรรมจักรจังหวัดนครพนม (พ.ส.น.)
ตั้งอยู่ที่ โรงเรียนสุนทรวิจิตร ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000
โทรศัพท์/โทรสาร 0-4251-3043 และ 080-195-5889 E-Mail : posonoro@posonor.or.th